
Featured Stories
ปาล์ม กัญญาภัค แสงอาทิตย์ของวัยเยาว์ กับความฝันของบรรพชน
Part 1: ยามอรุณรุ่งสาง (The Awakening) – มรดกจากคุณตาที่กลายเป็นตัวตน
จุดเริ่มต้นของ Kanya Kim Studio ไม่ได้เริ่มที่หน้ากระดาษเปล่า แต่เริ่มจากความผูกพันของครอบครัว ชื่อ “Kanya” มาจากชื่อจริงของเธอ (ปาล์ม-กัญญาภัค เลาหศรีสกุล) ส่วน “Kim” คือการสดุดีแด่นามสกุลของคุณตา (สมเกียรติ กิมาวงศ์) ผู้ซึ่งเป็นครูใหญ่คนแรกในชีวิตศิลปะของเธอ
คุณปาล์มเล่าด้วยแววตาเป็นประกายถึงช่วงเวลาที่คุณตาผู้เติบโตในยุค พ.ศ. 2499 และมีความฝันอยากเป็นศิลปินอย่างแรงกล้า แม้ในยุคนั้นค่านิยมทางสังคมและครอบครัวจะไม่เอื้ออำนวยให้เดินบนเส้นทางสายนี้ แต่คุณตาก็ไม่เคยทิ้งฝัน ท่านมักจะเดินผ่านรั้วโรงเรียนเพาะช่างเพื่อซึมซับบรรยากาศและสร้างสรรค์ “สมุดภาพตัดแปะ” ที่รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ ซึ่งปาล์มได้มาพบเข้าในวันที่เธอเองก็กำลังหลงทาง
ในวันที่ปาล์มหมดไฟจากแรงกดดันในโรงเรียนศิลปะและการทำงานประจำ สมุดภาพของคุณตาคือเข็มทิศ ปาล์มตั้งใจให้ชื่อคุณตาอยู่ในชื่อศิลปินของเธอเอง เพราะอยากให้ความฝันของคุณตาได้เดินทางไปพร้อมกับปาล์มในทุก ๆ วันที่ชื่อศิลปินนี้ได้ทอแสงประกาย
Part 2: ยามแสงแรกพ้นขอบเมฆา (The Rising Light) – เมื่อพหุวัฒนธรรมผสานเข้ากับจิตวิญญาณ
หากใครได้ติดตามผลงานของ Kanya Kim จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ “พหุวัฒนธรรม” (Multicultural) ที่จัดจ้านแต่ลงตัว ปาล์มหยิบยืมสัญญะไทยดั้งเดิมมาวางคู่กับองค์ประกอบตะวันตกได้อย่างมีชั้นเชิง ซึ่งรากฐานนี้มาจาก “ความทรงจำวัยเยาว์” ที่คุณแม่มักพาเธอไปสัมผัส วัด พิพิธภัณฑ์และโบราณสถาน
หนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดคือ พระที่นั่งวิมานเมฆ สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานไม้สักทองแบบไทยเข้ากับโครงสร้างแบบตะวันตก สิ่งนี้กลายเป็นดีเอ็นเอในงานของเธอที่เชื่อว่า นี่แหละ คือความลงตัวอย่างไร้รอยต่อกับความสามารถของช่างไทยที่ออกแบบและสร้างสรรค์ผลงาลอย่างไม่น่าละสายตาในยุคสมัยที่อิทธิพลความเป็นตะวันตกนับว่าใหม่มาก ๆ ในสังคมไทย
ปาล์มเล่าถึงเหตุการณ์ประทับใจที่วัดพระแก้ว เมื่อแสงอรุณยามเช้าสาดกระทบประตูอุโบสถจนเป็นสีทองอร่าม “มันคือความเจ๋งที่ปาล์มอยากให้โลกเห็น ความเป็นไทยไม่จำเป็นต้องถูกแช่แข็ง แต่มันสามารถถูกนำเสนอใหม่เพื่อให้คนรุ่นเราเข้าถึงได้”
ผลงานของเธอไม่ใช่แค่การวาดและนำเสนอ แต่คือการ “ค้นคว้า” อย่างหนัก อย่างผลงาน ‘The Collection’ ที่ใช้เวลาดีไซน์นานนับเดือน เพื่อลดช่องว่างระหว่าง “ของเก่า” กับ “โลกสมัยใหม่” จนเกิดเป็นผลงานที่สร้างชื่ออย่างโปสเตอร์ภาพยนตร์ “แมนสรวง” ที่ได้รับรางวัลชมเชย ทำให้เธอเชื่อมั่นว่า ความเป็นไทยไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ และผลงานจากโปสเตอร์เรื่อง “ซองแดงแต่งผี” ที่เธอได้มีโอกาสร่วมออกแบบ โดยธีมที่ถูกคัดเลือกคือชิ้นงานที่มีการซ่อนนัยยะลึกซึ้งจากการค้นคว้า เรื่องการใช้ดอกไม้ที่สื่อถึงงานมงคลและอวมงคลมาผสานกันเพื่อสะท้อนเนื้อหาของภาพยนตร์ เธอได้กล่าวถึงความประทับใจในการตามหาของนัยยะในภาพชิ้นนี้จากแฟนภาพยนตร์และศิลปิน พีพี-บิวกิ้น ที่ปลดล็อคความกลัวของเธอ
Part 3: แสงตะวันฉาดฉาย (The Full Bloom) – ปุ๋ยที่ดีในวันที่ยังไม่ผลิบาน
ในสายตาคนนอก ปาล์มอาจดูเหมือนศิลปินที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับเธอ “ฤดูผลิบาน” ยังอยู่อีกไกล เธอเปรียบการออกจากงานประจำมาเป็นศิลปินเต็มตัวว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีแผนสำรองและต้องสู้กับความมืดมนในใจอยู่บ่อยครั้ง
“ปาล์มอาจจะยังไม่ใช่ดอกไม้ที่บานสะพรั่งเหมือนใครเขา แต่ปาล์มเชื่อว่าตอนนี้ตัวเองเป็น ‘ปุ๋ยที่ดี’ ปุ๋ยที่เข้มข้นจากการเรียนรู้ความผิดพลาด และพร้อมจะรอให้เมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์งอกงามอย่างมั่นคง”
ปรัชญาหนึ่งที่เธอใช้ยึดเหนี่ยวคือการ “เริ่มต้นใหม่” ในทุกวัน ปาล์มมองว่าคำว่า “ทำไม่ได้” ก็เหมือนเราเป่าเทียนดับไปเองทั้งที่ยังไม่ได้ลองสู้ เธอเลือกที่จะเป็นเหมือนต้นไม้ที่ต้านแรงลม แม้จะเหนื่อยแต่ก็จะไม่ยอมแพ้ เพราะในอดีตคุณตาเคยขาดโอกาสเพราะไม่มีคนสนับสนุน แต่ในวันนี้ เธอมีคุณแม่ที่คอยผลักดันสุดความสามารถ จนเธอเคยเอ่ยที่ริมชายหาดว่า “แม่รอหน่อยนะ สักวันปาล์มจะเป็นพระอาทิตย์ที่ทอแสงอย่างสดใสแน่นอน”
Part 4: ประกายของผืนฟ้า (The Lasting Glow) – ศิลปะที่เป็นมากกว่าความสวยงาม
นอกเหนือจากงานวาด ปาล์มยังใช้พื้นที่ในโซเชียลมีเดีย (X) เป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชน เธอหลงใหลในการเชื่อมโยง “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” เข้าด้วยกัน โดยการนำผลิตภัณฑ์พื้นบ้านหรืองานฝีมือของชาวบ้านมาสื่อสารผ่านมุมมองศิลปินรุ่นใหม่
“ปาล์มอยากเป็นมากกว่าศิลปิน อยากเป็นกระบอกเสียงให้คุณป้าคุณน้าในชุมชน งานพื้นเมืองมีคุณค่า มีเรื่องราวน่าอัศจรรย์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ การได้ช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของพวกเขาทำให้ปาล์มรู้สึกว่า ปาล์มและศิลปะสามารถคืนอะไรบางอย่างให้สังคมได้จริง ๆ”
ข้อความถึงนักฝันคนอื่น ๆ
สุดท้ายนี้ ปาล์มฝากถึงทุกคนที่กำลังเดินตามความฝันว่า อย่าให้ความกลัวมาเป็นกรงขัง
“ไม่มีอะไรเสียหายเลยถ้าเราจะย้อนกลับมามองตัวเองและเริ่มใหม่ ความฝันไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเดียวเพื่อเลี้ยงชีพ วันนี้เราอาจจะไม่ใช่พระอาทิตย์ที่ร้อนแรง เราอาจจะเป็นพระจันทร์ที่นวลตา แต่ทั้งสองสิ่งนี้สวยงามไม่แพ้กัน ขอให้มองโลกอย่างมีความหวัง และเชื่อว่าความหวังนั้นจะพาเราไปถึงจุดหมายที่ควรจะเป็นแน่นอน” – ปาล์ม กัญญาภัค เลาหศรีสกุล
