
Featured Stories
Behind the ‘Grinch’
เปิดเผยเบื้องหลังของปีศาจที่เกลียดวันคริสต์มาส
เปิดเผยเบื้องหลังผ่านการสร้างเวทมนตร์ให้กับภาพยนตร์ “How The Grinch Stole Christmas” ที่มีคาแรคเตอร์หน้าตาบูดบึ้งและเกลียดชังวันคริสต์มาสเข้ากระดูกดำ! ผ่านเรื่องราวปูมหลังของตัวละครและเมืองฮูวิลล์ (Whoville)
คริสต์มาสมักถูกจดจำในฐานะเทศกาลแห่งความสุข เสียงเพลงรื่นเริง และการมอบของขวัญท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขอชวนทุกคนกลับมาตั้งคำถามว่าความสุขในช่วงปลายปีของทุกคนคืออะไรกับหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องเล่าที่ทรงพลังที่สุดของวันคริสต์มาสซึ่งไม่ได้เริ่มต้นจากความอบอุ่น หากแต่เริ่มจากความเกลียดชังของตัวละครหน้าตาบูดบึ้งสีเขียวอย่าง “เดอะ กริ๊นช์ (The Grinch)” ตัวแทนของผู้ที่ไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความสุขนี้เลย
กริ๊นช์ เป็นตัวละครสีเขียว ขนปุย พุงป่อง ตามหนังสือภาพของ ด็อกเตอร์ ซูสส์ (Dr. Seuss) ที่ถูกนำมาตีความผ่านละครเวที รายการโทรทัศน์ และที่ทำให้เป็นที่รู้จักเลยคือการดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์เรื่อง
“How The Grinch Stole Christmas (2000)” ได้สร้างเวทมนตร์ให้กับวันคริสต์มาสด้วยการตั้งคำถามถึงแก่นแท้ของเทศกาล ผ่านเรื่องราวเบื้องหลังของกริ๊นช์และเมืองฮูวิลล์ (Whoville) เมืองที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชุมชนและความรักใคร่กลมเกลียว ซึ่งความแตกต่างอันสุดขั้วระหว่างผู้ที่เฉลิมฉลองคริสต์มาสอย่างสุดหัวใจกับกริ๊นช์ผู้ที่เกลียดชังเทศกาลนี้เข้ากระดูกดำ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ไม่ได้กล่าวถึงเพียงเทศกาลการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนประเด็นเรื่องการถูกยอมรับ ความทรงจำในวัยเยาว์ และพื้นที่ของผู้ที่เคยถูกทิ้งไว้ข้างนอกวงเฉลิมฉลอง
ตามภาพยนตร์สุดไอคอนนิคสำหรับเทศกาลคริสต์มาส เราจะเห็นได้ว่ากริ๊นช์ถูกนำเสนอการเป็นตัวละครที่มีความแตกต่างจากชาวเมืองฮูส์ (Whos) อย่างชัดเจน โดยเห็นได้ชัดจากรูปลักษณ์ภายนอกของกริ๊นช์ที่มีขนปุกปุย ตัวเขียว และหน้าตาบูดบึ้ง ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นคาแรคเตอร์ที่มีความชังมนุษย์ ไม่ชอบเข้าสังคม อยู่อย่างสันโดษบนหน้าผาตลอด 53 ปี ห่างไกลจากเมืองฮูวิลล์
ในขณะที่ชาวเมืองฮูส์ที่อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ มองจากรูปลักษณ์ภายนอกจะมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์ มีความผูกพันทางจิตวัญญาณกับชุมชน (Community Spirit) ที่สูง มีความเป็นชุมชนที่รักใครกลมเกลียว ทำให้งานวันคริสต์มาสนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นเทศกาลที่เชื่อมโยงผู้คนในเมืองให้อยู่เฉลิมฉลองพร้อมกัน โดยตามฉบับหนังสือภาพของด็อกเตอร์ซูสส์นั้นไม่ได้ปรากฎอย่างชัดเจนว่าปูมหลังของตัวละครนี้ทำไมถึงมีความเกลียดชังต่อชาวเมืองมากขนาดนั้นและโดยเฉพาะต่อวันคริสต์มาส
จากการตีความฉบับของรายการโทรทัศน์ “The Grinch Grinches The Cat In The Hat” ในปี ค.ศ. 1982 ที่ย้อนเรื่องราวถึงความสัมพันธ์ของแม่และลูก จากการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ของตัวละครกริ๊นช์ในช่วงเด็กกับแม่ที่เสียชีวิตไปนั้น อาจเป็นฉนวนสำคัญที่ทำให้เขาไม่สามารถปรับตัวได้หรือมีมุมมองต่อสังคมที่ดีมากนักในช่วงเวลาสำคัญต่าง ๆ ของชีวิต
ซึ่งแตกต่างจากฉบับภาพยนตร์ “How The Grinch Stole Christmas” ในปี ค.ศ. 2000 ที่นำแสดงโดย จิม แคร์รี่ (Jim Carrey) ซึ่งได้มีการปูพื้นหลังเกี่ยวกับวัยเยาว์ของกริ๊นช์ที่ถูกกลั่นแกล้งจากความแตกต่าง อาทิ บาดแผลทางใจจากการถูกลืมในวันคริสต์มาสร่วมกับการถูกกลั่นแกล้งเพราะความแตกต่างทางรูปลักษณ์ทำให้ส่งผลต่อมุมมองของวันคริสต์มาสในเชิงที่ไม่ดี ทำให้เขาวางแผนที่จะขโมยวันคริสต์มาสของชาวเมืองฮูวิลล์นั่นเอง
จากในฉบับภาพยนตร์เราจะเห็นได้ชัดว่า กริ๊นช์มีความแค้นต่อวันคริสต์มาสกับชาวเมืองฮูส์จากปูมหลังวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนในชั้นเรียน ทว่าเพื่อนคนนั้น “ออกัสตัส เมย์ ฮู” (Augustus MayWho) ยังได้เป็นนายกเทศมนตรีในเมืองฮูวิลล์ในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ในคืนหนึ่งที่ชาวเมืองกำลังตระเตรียมกันงานคริสต์มาสนั้น กริ๊นช์จึงได้วางแผนพร้อมกับสุนัขคู่ใจที่จะขโมยของขวัญจากชาวเมืองฮูส์ในคืนคริสต์มาส!
สิ่งสำคัญคือการตีแผ่ความความชั่วร้ายจากความแตกต่างของกริ๊นช์ในช่วงแรกเท่านั้น เมื่อมองลึกลงไปเราจะพบว่าการกระทำของกริ๊นช์เกิดจากการมีประสบการณ์อันเลวร้ายในช่วงวัยที่สำคัญต่อการมองโลก กริ๊นช์วางแผนขโมยคริสต์มาสวันแห่งความสุขจากชาวเมืองเพื่อต้องการให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขามี ต่อความแตกต่างที่ถูกสังคมตีตราว่าเขานั้นแตกต่างและชั่วร้าย และภาพยนตร์ได้เฉลยในตอนท้ายนั่นเองว่าสุดท้ายแล้วเมื่อของขวัญหายไปในวันคริสต์มาสไม่ได้ทำให้ความผูกพันของชาวฮูส์นั้นหายไป
“When everything was taken away, the Whos sang.
And that was when Christmas finally began”
Welcome Christmas – Danny Elfman
กริ๊นช์เคยถูกบัญญัติว่าเพราะเขามีหัวใจที่เล็กเกินไป 2 ขนาด (Two Sizes, Too Small) เลยทำให้เขามีความเกลียดชังที่เปี่ยมล้นหัวใจ แต่หลังจากบทเพลง “Welcome Christmas” ที่ชาวเมืองฮูส์ร่วมขับร้องในคืนที่ของขวัญวันคริสต์มาสนั้นหายไป ทำให้หัวใจของเขากลับมาพองโต 3 ขนาด! (Three Sizes) เขาได้ตระหนักรู้ว่า วันคริสต์มาสของชาวเมืองฮูวิลล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของขวัญที่เขาขโมยมา แต่อยู่ที่ความรักและผูกพันที่ชาวเมืองมีให้กัน มากกว่านั้นคือการถูกต้อนรับจากชาวเมืองเป็นอย่างดีเมื่อเขาตัดสินใจคืนของขวัญให้กับทุกคนในเมือง เสมือนว่าเขาเป็นหนึ่งในครอบครัวของชาวเมืองฮูวิลล์!
บางครั้งวันคริสต์มาสอาจไม่ใช่เทศกาลแห่งการให้ แต่คือช่วงเวลาที่เรายอมรับความแตกต่างของกันและกัน ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขอชวนทุกคนกลับมาทบทวนว่าความสุขที่แท้จริงของคุณนั้นคืออะไร อาจไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เราได้รับแต่อยู่ที่พื้นที่ที่เราเปิดให้กันและกัน เช่นเดียวกับเรื่องราวของกริ๊นช์ที่ทำให้เราเห็นว่า วันคริสต์มาสจะสมบูรณ์ได้จริงก็ต่อเมื่อไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างนอกวงเพลง
